ผักสลัดที่ดีต่อสุขภาพ 9 ประเภท

ผักสลัดที่ดีต่อสุขภาพ 9 ประเภท

รู้จักผักสลัดยอดนิยมของคนไทย ที่อุดมไปด้วยประโยชน์มาก

1. เรดโอ๊ค (Red Oak) เป็นผักสลัดที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีกากใยสูง ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันปากนกกระจอก ลดไขมัน เป็นผักสลัดที่ไม่เหมาะกับการปรุงร้อน ควรกินสด ๆ หรือทำสลัด

2. กรีนโอ๊ค (Green Oak) รสชาติคล้าย Red Oak แต่ออกรสหวานกว่านิด ๆ มีกากใยไฟเบอร์สูง วิตามินบีและวิตามินซีสูงมาก ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับใช้ทำสลัด กินสด ๆ และใช้จัดตกแต่งจาน

3. นคอส หรือผักกาดโรเมน (Cos or Romaine) หลายคนรู้จักกันดี เพราะใช้ทำซีซาร์สลัด เป็นผักที่มีสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ มากมาย มีรสชาติหวานอร่อย ได้รับความนิยมมากในอเมริกา ทนความร้อนได้ดี

4. เตอร์เฮด หรือผักกาดบอสตัน (Butterhead) ใบสีเขียวคล้าย ๆ กรีนโอ๊ค นิยมกินสด และใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

5. เลย์ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg) ใบสีเขียวอ่อนแซมเข้ม กรอบ หวาน เหมาะกับการทำสลัด ไม่ทนความร้อน เป็นผักที่มีไฟเบอร์และวิตามินสูงมาก

6. กาดหอมคริปส์เฮด หรือผักกาดแก้ว (Iceberg or Crisphead) เป็นผักยอดนิยมอีก 1 ชนิดที่เรารู้จักกันดี มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเลือด และช่วยทำให้นอนหลับสบาย นิยมกินสด ๆ เพราะรสชาติกรอบหวาน และใช้ทำสลัด

7. กาดหอม (Green Coral) เป็นผักสลัดที่นิยมกันเป็นอย่างมากเช่นกัน มีวิตามินมากมาย มีสารที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงมาก เหมาะกับการทำสลัด และนิยมใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ รวมทั้งกินเป็นผักสด

8. ผักกาดหอมแดง (Red Coral) มีคุณค่าทางอาหารมาก ให้แคลอรีต่ำ เหมาะจะใช้กินกับอาหารประเภทปิ้งย่าง ทำเป็นเครื่องเคียง แต่มักไม่นิยมนำมาทำสลัดเหมือนผักกาดหอม

9. ผักร็อคเก็ต หรือผักอารูกูลา (Rocket Arugula)เป็นผักสลัดที่มีแคลเซียมสูง รสชาติเผ็ดซ่านิด ๆ ไม่มีรสหวาน ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ผัดกับน้ำมันมะกอก หรือกินกับชีส เป็นต้น

 

วิธี “ปลูกผักยกแคร่” ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ดูแลง่าย

วิธี “ปลูกผักยกแคร่” ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ดูแลง่าย

วันนี้แอดมิน “ข่าวพอใจ” ขอชวนทุกท่านมาปลูกผักยกแคร่กับเรา! โดยเป็นการปลูกผักที่ไม่ได้ปลูกบนพื้นดิน แต่เป็นการปลูกผักบน

โต๊ะหรือแคร่ที่มีการยกให้สูงขึ้นประมาณ 1 เมตร หรือในระดับเอวของคุณนั่นเอง แล้วปลูกผักยกแคร่มันดียังไงและมีวิธีทำอย่างไรบ้างการปลูกผักยกแคร่ต้นทุนการปลูกไม่สูง แคร่ละประมาณ 900-1,200 บาท มีรายละเอียดดังนี้

1. การทำแคร่ 1 ชั้น (ขนาด 1.2 x 2.4 x 1.0 เมตร) ราคาประมาณ 500-600 บาท
– ไม้ไผ่
– ตาข่ายไนล่อนรองพื้นที่ปลูก
– ตะปู หรือเชือก

2. วัสดุปลูก 20 บุ้งกี๋ ราคาประมาณ 300-400 บาท
– หน้าดิน ผสมปุ๋ยคอก
– วัสดุคลุมดิน (ฟางข้าว,ใบไม้แห้ง)
– อุปกรณ์ให้น้ำ (บัวรดน้ำ,สายยาง)

3. เมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าผัก ราคาประมาณ 100-200 บาท
– ผักประเภทเครื่องปรุง (ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ จิงจูฉ่าย เป็นต้น)
– ผักประเภทกินใบ (กะหล่ำปลี คะน้า สลัดแดง หอมแดง เป็นต้น)

ข้อดีของการปลูกผักยกแคร่

      1. ปลูกและดูแลรักษาง่าย รวมถึงจัดการแปลงผักได้สะดวกทั้งการให้น้ำ การควบคุมกำจัดแมลงศัตรูพืชและวัชพืช
      2. ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ สามารถปลูกได้ในภาวะน้ำท่วม เนื่องจากมีการยกแคร่ที่สูงขึ้น
      3. ลดปัญหาที่มักเจอจากการปลูกผักลงดิน เช่น วัชพืช โรคพืช และศัตรูพืชบางชนิด
      4. ไม่ต้องลุกนั่งให้ปวดเมื่อย เนื่องจากแคร่จะอยู่ในระดับเอว เหมาะสำหรับการยืนปฏิบัติ ทำให้ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ