บ้านไม้กลางทุ่งกะทัดรัด ท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยงบไม่เกิน 62,000

การมีบ้านสักหลัง คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งก็ถูกขัดขวางด้วยงบประมาณหรือเวลา วันนี้เรามีแบบบ้านสวยๆ ที่มาเป็นไอเดียให้สำหรับผู้ที่กำลังหาแบบบ้านวยๆ ไว้ใช้งาน หรือจะเรียกใช้บริการผู้ออกแบบรายนี้ก็ได้

วันนี้พาเพื่อนๆคนรักบ้านชอบบ้าน ไปชมไอเดียการสร้างบ้านกลางทุ่ง-สวน จากผลงานของคุณ Jira Jira โดยใช้งบแบบประหยัด 62,000 ไปชมภาพกันครับ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย ตัวบ้านมีการยกพื้นสูง ใต้ถุนโล่ง โดยมีการใชโครงสร้างเป็นเสาซีเมนต์และโครงสร้างไม้ที่แข็งแรงคงทน

บริเวณหน้าบ้านออกแบบสร้างเป็นระเบียงบ้านสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ โดยมีการทำม้านั่งไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย และมีบันไดจำนวน 3 ขั้นสำหรับเดินขึ้นไปยังตัวบ้าน เนื่องจากตัวบ้านมีการยกสูง

หลังคาของบ้านเลือกใช้แบบเพิงแหงน ซึ่งเป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียง โดยจะยกด้านหนึ่งสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อช่วยในการระบายน้ำฝนได้ดี

ภายในบ้านจะพบกับห้องที่ปูพื้นด้วยแผ่นไม้ฝาสีน้ำตาลธรรมชาติ ภายในบ้านมีการติดหน้าต่างบานไม้เพื่อระบายอากาศภายในตัวบ้าน ช่วยให้ตัวบ้านมีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก

ผนังบ้านใช้เป็นแผ่นไม้ฝาสีน้ำตาลธรรมชาติ ตัวหลังคามีการบุฉนวนกันความร้อนด้วย ช่วยให้ตัวบ้านมีอากาศที่ดี ไม่ร้อนจนเกินไป

ขอบคุณที่มา โดย Jira Jira

บ้านไม้สวยงาม กลางทุ่งกะทัดรัด ท่ามกลางธรรมาชาติ สำหรับคนงบน้อย

การมีบ้านสักหลัง คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งก็ถูกขัดขวางด้วยงบประมาณหรือเวลา วันนี้เรามีแบบบ้านสวยๆ ที่มาเป็นไอเดียให้สำหรับผู้ที่กำลังหาแบบบ้านวยๆ ไว้ใช้งาน หรือจะเรียกใช้บริการผู้ออกแบบรายนี้ก็ได้

สำหรับไอเดียในวันนี้เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาดเล็กกะทัด สวยงามน่าพักผ่อน งบก่อสร้าง 154,781 รวมค่าช่าง

เป็นบ้านของคุณ ปอ.ปลา รักเดียวคือนัท

เป็นบ้านที่ออกแบบได้เรียบง่ายสวยงามน่าอยู่ สำหรับใครที่มองหาไอเดียบ้านหลังเล็กๆ สักเพื่อสร้างไว้พักอาศัยลองไปชมเป็นไอเดียกันดูเลย

ลักษณะของบ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว โครงสร้างไม้ผสมเหล็ก ตัวบ้านออกแบบด้วยดีไซน์โมเดิร์น หลังคาดีไซน์เพิงแหงน มุงด้วยเมทัลชีท ตัวบ้านประกอบไปด้วยขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องสุขา 1ห้องครัว ขนาดบ้าน 3*4 เมตร ระเบียงกว้าง 1.5 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 154,781 รวมค่าช่าง โดยจ้างช่างในพื้นที่ในการก่อสร้าง

ชมภาพของบ้าน

บรรยากา่ศดีมาก กลางทุ่ง-สวน

เลือกสีได้สดใส ตัดกัน ทำให้บ้านมีความสวยงามมากขึ้น

ล้อมไปด้วยธรรมชาติ

วิวสวย

เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน

จัดสวนง่ายๆทางขึ้นบ้าน

ใต้ถุนสูงไม่มาก แต่พอผูกเปลนั่งเล่นนอนเล่นได้

บ้านสวนกลางทุ่งหลังเล็กแต่ดูอบอุ่นน่าอยู่

คุณ ปอ.ปลา รักเดียวคือนัท

 

บ้านไม้ไผ่ งบน้อยประหยัด ใช้พื้นทื่น้อย งบ 52,000 บาท

ใครอยากสร้าง #กระท่อม ก็สามารถเข้าไปดูไอเดียได้นะคะ
ยุคนี้สมัยนี้หลายคนเริ่มหันมาทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น เนื่องจากมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และที่สำคัญคือ ประหยัดงบด้วย

วันนี้พาชม ความสวยงาม ด้วยวัสดุธ รรมชาติ บ้านไม้ไผ่ทรงอุโมงค์ ซึ่งเป็นผลงานจากทางร้าน​สำเนา​ไม้​ไผ่​ลำพูน เราไปชมภาพบ้านสวยหลังนี้กันเลยครับ

บ้านหลังนี้สร้างจากไม้ไผ่ทั้งหลัง มีการขึ้นโครงสร้างในส่วนของฐานที่ใช้รับน้ำหนักด้วยไม้ยูคาทำให้มีความคงทนแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ตัวบ้านมีเพียง 1 ห้อง พื้นที่รวมของบ้าน 15 ตารางเมตร ส่วนตัวห้องมีขนาด 9 ตารางเมตร

ผนังภายนอกมีการใช้ไม้ไผ่แบบเต็มลำในการตีผนัง ส่วนของหลังคาทรงจั่วและยาวไปกับตัวบ้าน มุงหลังคาด้วยตับหญ้าคา ด้านหน้าบ้านจะมีประตู 1 บาน และหน้าต่าง 2 บาน มีบันไดเล็กๆที่ทำจากไม้ไผ่ไว้สำหรับขึ้นลง

ส่วนซุ้มอุโมงค์ด้านหน้าบ้านมีการออกแบบให้เป็นม้านั่งเล็กๆไว้สำหรับนั่งเล่น

ผนังภายในบ้านนั้นใช้เป็นไม้ไผ่สานและยึดด้วยโครงไม้ไผ่ไว้ตามมุมและเสาต่างๆช่วยให้ผนังมีความคงทนมากยิ่งขึ้น

พื้นภายในตัวบ้านมีการขึ้นโครงสร้างด้วยไม้ไผ่แบบเต็มลำและปูทับด้วยไม้ไผ่สาน

 

 

 

สำหรับท่านผู้ชมท่านใดสนใจที่อยากจะได้บ้านไม้ไผ่ทรงอุโมงค์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ร้าน​สำเนา​ไม้​ไผ่​ลำพูน​ อ.เมือง​ จ.ลำพูน โทร.086-6542935​ คุณ​แม็ค

บ้านชั้นเดียว โมเดิร์น 2 ห้องนอน งบเพียง 4 แสนกว่า ให้สวยน่าอยู่

ยุคนี้สมัยนี้หลายคนเริ่มหันมาทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น เนื่องจากมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และที่สำคัญคือ ประหยัดงบด้วย

บ้านโมเดิร์นหลังนี้ ปลูกสร้างที่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ลักษณะบ้านออกแบบเป็นบ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์นหลังคาเพิงแหงนขนาดกะทัดรัด แต่ครบพร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอย สีของบ้านมี 2 เฉดสีในแบบเรียบๆตัดกับสีขาวของบัวปูนกรอบหน้าต่างได้ลงตัว

หน้าบ้านยังมีเฉลียงและมีระเบียงพื้นที่ขนาดไม่เล็กมาก มีม้านั่งเป็นตัวแอลไว้นั่งเล่นพักผ่อนหรือรับแขกก็เหมาะดี

สีและลายของประตูเข้าห้องนอนดูกลมกลืนเข้ากับห้องได้ลงตัวมาก

ในบ้านจะใช้โทนสีขาวดูสว่างและสบายตา

บัวพื้นล่างสีน้ำตาลเข้มตัดกับพื้นห้องและผนังสีขาวได้อย่างลงตัว และกลมกลืนเข้ากับประตูไม้ของห้องนอน

บ้านหลังนี้ออกแบบ มี 2 ห้องนอน

ภายในห้องนอนเลือกใช้สีเดียวกับบ้านสีขาวเป็นหลัก

มีหน้าต่างแบบบานเลื่อนขอบสีขาวทีใช้กับห้องต่างๆของบ้าน

ภายในยังมี 1 ห้องครัว

ห้องน้ำของบ้านจะมี 1 ห้อง

ห้องน้ำตกแต่งได้สวยงามในแบบโทนสีขาวและกรุผนังแซมลวดลายเล็กน้อยให้เข้ากับประตูห้องน้ำที่มีสีสันโดดเด่น

มุมด้านข้างบ้าน

หลังขนาดกะทัดรัดสวยงาม

ปลูกกลางทุ่งท่ามกลางธรรมชาติบ้านๆ เรียบง่ายแต่น่าอยู่มาก

นับว่าเป็นบ้านโมเดิร์นที่ออกแบบได้สวยงามน่าอยู่ ในแบบบ้านหลังเล็กเหมาะกับครอบครัว 4-5 คน ในแบบครอบครัวที่อบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติทุ่งกว้าง สำหรับรายละเอียดและฟังก์ชั่นภายใน แบบบ้านเพิงแหงนขนาดเล็กหลังนี้ ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถงรับแขก และระเบียงพักผ่อนหน้าบ้าน พื้นที่ใช้สอยรวม 62 ตร.ม กับงบประมาณก่อสร้างไม่เกิน 400,000 บาท วัสดุในแบบมาตรฐาน ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดสนใจ สามารถติดต่อสอบถามเจ้าของผลงานโดยตรง ได้ที่ เจษฎา นารี 092-6473849

ขอบคุณที่มา และ ภาพประกอบจาก เจษฎา นารี

บ้านสองชั้น สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ สีสวยเย็นสบายตา ด้วยง บ 900,000 กว่า ครบทุกฟังก์ชั่น

การมีบ้านสักหลัง คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งก็ถูกขัดขวางด้วยงบประมาณหรือเวลา วันนี้เรามีแบบบ้านสวยๆ ที่มาเป็นไอเดียให้สำหรับผู้ที่กำลังหาแบบบ้านวยๆ ไว้ใช้งาน หรือจะเรียกใช้บริการผู้ออกแบบรายนี้ก็ได้

บ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ เป็นบ้านที่ได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องด้วยความสวยงาม ทันสมัย การโชว์พื้นผิวของวัสดุที่ใช้ตกแต่งของบ้าน

ทำให้บ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ไม่แปลกที่ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นลอฟท์จะได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน

สำหรับไอเดียบ้านในวันนี้เป็น บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ สวยโดดเด่น ด้วยงบ 900,000 กว่าบาท

เป็นบ้านของคุณ Kung Natpaphat ออกแบบได้สวยงาม จะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรลองไปชมกันเลย

ลักษณะของบ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น ยกใต้ถุนสูงโปร่งโล่งเหมาะไว้นั่งเล่น หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ ออกแบบในดีไซน์สไตล์สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ตัวบ้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ เน้นโชว์พื้นผิววัสดุที่เลือกใช้ในการก่อสร้าง หลังคาทรงเพิงแหงน มุงด้วยเมทัลชีท ชั้นสองมีพื้นที่ระเบียงไว้ชมวิวรอบบ้าน

ภายในตัวบ้าน

เลือกใช้สีสว่าง ทำให้เกิดพื้นที่กว้างขวาง

ใช้สีได้ตัดกัน และเข้ากับตัวบ้าน

วิวของชั้นบน สวยงามมาก

สวยงามมาก

ที่มา : Kung Natpaphat

วิธีปลูกถั่วฝักยาว ให้มีฝักดก ออกเต็มต้น เก็บได้สุดคุ้ม

ปลูกถั่วฝักยาวอย่างถูกวิธี สามารถ สร้างรายได้ยั่งยืน เนื่องจาก สามารถลดต้นทุนการผลิตในการปลูก และเพิ่มปริมาณการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ยาที่ถูกต้อง รักษาถั่วฝักยาวอย่างถูกโรค แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดนั้น สามารถลดความเสียหาย และต้นทุน ค่ายา ที่จะใช้แก้ปัญหาต่างๆได้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต
ดินร่วนเป็นดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ต้องรดน้ำเพื่อรักษาความชื้นในดินตลอดฤดูปลูก แต่ควรมีความชื้นในอากาศพอเหมาะด้วย และต้องการแสงแดดเต็มที่ในการเจริญเติบโต

การเตรียมดิน
เนื่องจากถั่วฝักย า วเป็นผักประเภทรากลึกปานกลาง ส่วนใหญ่รากจะแยกแผ่กระจายตามผิวดิน หน้าดินควรลึกประมาณ 18 – 22 ซม. ควรใส่ปุ๋ ย หมักหรือปุ๋ ย ค อ กผสมตอนเตรียมดินด้วย

การปลูกและการดูแลรักษา
โดยปกติจะปลูกโดยการหยอดเมล็ดเป็นหลุมลงในแปลงปลูก โดยใช้ 3 – 4 เมล็ด/หลุม ใช้ระยะปลูก 50 – 75 ซม. หรือ 30 – 100 ซม. จำนวนเมล็ดที่ใช้หยอดโดยตรงในแปลงปลูก 1 ไร่ ประมาณ 3 – 4 กก.

เมื่อเมล็ดงอกประมาณ 7 วันก็ทำการถ อ นให้เหลือหลุมละ 2 ต้น การหยอดไม่ควรหยอดลึกเกินไปจะทำให้เน่าได้ โดยทั่วไปมักให้ลึกลงในดิน 1.2 – 2.5 ซม.

และกลบด้วยปุ๋ ย ห มั กหรือปุ๋ ย ค อ ก เก่า และคลุมด้วยฟางแห้งไว้จนกระทั่งงอกและถ อ นแยกเมื่อต้นถั่วมีอายุประมาณ 15 – 20 วันหรือเมื่อมีใบจริง 4 – 5 ใบก็นำไม้มาปักค้าง ไม้ที่ใช้เป็นไม้ประมาณ 2 เมตร ปักหลุมละ 1 อัน ปักเอนเข้าหากันกลางแถว

การให้น้ำ
ควรให้น้ำสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดน้ำ โดยเฉพาะในช่วงด อ ก บานและเด็ ดผัก เพราะการขาดน้ำในช่วงนี้จะทำให้ด อ กร่วงหรือผักกระด้างและมีเมล็ดไม่เต็มฝัก อย่างไรก็ดี

การให้ปุ๋ ย
เนื่องจากเราใช้ส่วนของฝักมาบริโภค ดังนั้นจึงต้องให้ ปุ๋ ย สูตร 12 – 24 – 12 หรือ 5 – 10 – 5 แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน อัตราที่ใช้มักประมาณ 50 – 100 กก./ไร่ หากดินนั้นใส่ปุ๋ ย ค อ ก 30 – 50 กก./ไร่ ก็เพียงพอ การใส่อาจแบ่งใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกครั้งหนึ่งก่อน และใส่ครั้งที่สองเมื่อถั่วประมาณ 20 วันหลังจากปลูก

การทำค้าง
ไม้ไผ่รวกที่นำมาทำค้างควร 2 – 4 เมตร ปักหลุมละ 1 อันและใน 3 – 4 หลุมก็รวมกันมัดที่ปลายบน

การพรวนดินควรทำในระยะเดียวกับการให้ปุ๋ ย

การเก็บเกี่ยว
หากนับฝักจากวันที่ผสมเกสรจะใช้เวลาประมาณ 10 – 15 วัน ดังนั้นอาจใช้เวลาตั้งแต่ปลูกประมาณ 55 – 75 วัน ระยะของฝักที่ควรเก็บได้ควรเป็นระยะที่ฝักยังแข็งไม่พอ

ฝักเรียบเสมอ สีฝักไม่จาง เนื่องจากการบานของด อ กไม่พร้อมกัน ดังนั้นฝักมักถึงระยะการเก็บเกี่ยวไม่พร้อมกัน โดยทั่วไปมักเก็บเกือบทุก 2 – 4 วัน ดังนั้นจะเก็บได้ประมาณ 10 – 20 ครั้ง

หากจะเก็บเมล็ดต้องรอให้ฝักแห้งเป็นสีน้ำตาลและเมื่อเก็บเมล็ด แล้วต้องรักษาไว้ในภาชนะที่ปิดฝา เก็บไว้ในที่เย็น เมล็ดที่เก็บจะต้องตากแดดให้แห้งสนิท โดยทั่วไปผลผลิตประมาณ 670 กก./ไร่ ขนาดผักเฉลี่ย 30 – 60 ซม.

วิธีปลูกมะม่วงเขียวเสวย เป็นอาชีพเสริม ผลผลิตดี รายได้ไม่ขาดมือ

มะม่วงเขียวเสวย เป็นมะม่วงท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย เป็นมะม่วงกลายพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด เป็นพันธุ์ใหม่ที่เพาะได้โดยบังเอิญเมื่อประมาณปี 2475 ของชาวสวนแห่งหนึ่งในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้น มีการเพาะเมล็ดเพื่อขยายพันธุ์ปลูกในแถบมากขึ้น ทำให้มีมะม่วงเขียวเสวยลักษณะที่แตกต่างกันมากขึ้น และให้ชื่อเรียกพันธุ์มะม่วงเขียวเสวยต่างๆ อาทิ เขียวสะอาด เขียวไข่กา เป็นต้น ซึ่งหากต้นใดที่ให้ลักษณะที่ต่างไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะรสชาติ เกษตรก็จะโค่นทิ้ง (3), (8)

ปัจจุบัน มะม่วงเขียวเสวยพบปลูกในทุกภาค โดยเฉพาะการปลูกเพื่อรับประทานเองเพียงไม่กี่ต้นตามหน้าบ้าน หลังบ้าน และหัวไร่ปลายนา ส่วนการปลุกในแปลงใหญ่เพื่อการค้าพบปลูกมากในภาคกลาง และภาคเหนือ

การเตรียมแปลงปลูก และหลุมปลูก
พรวนดิน และตากหน้าดิน 1-2 ครั้ง แต่ละครั้งตากดินนาน 5-10 วัน รวมถึงกำจั ดวั ช พื ชต่างๆ

ขุดหลุมปลูกเป็นแถวในทิศขวางกับดวงอาทิตย์ แต่ละหลุมกว้าง และลึก ประมาณ 50 เซนติเมตร

ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว ประมาณ 6-8 เมตร

ปล่อยหลุมให้ตากแดดนาน 3-5 วัน

การปลูก
ให้ปลูกลงหลุมในช่วงเข้าฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

คลุกก้นหลุมกับหน้าดินด้วยปุ๋ ย ค อ กที่ 3-5 กำมือ/หลุม ร่วมด้วยกับปุ๋ ย สูตร 15-15-15 ที่ 1 กำมือ/หลุม

นำต้นพั น ธุ์ลงปลูก (ฉีกถุงดำออก) พร้อมกลบดินให้พูนขึ้นสูงจากหน้าดินเล็กน้อย

ปักยึดด้วยไม้ไผ่ พร้อมผูกเชือกฟางยึดลำต้นไว้

การให้น้ำ
หลังการปลูกให้ปล่อยเติบโตด้วยน้ำฝน

หากฝนทิ้งช่วงนาน ให้รดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน

เมื่อย่างเข้าฤดูแล้ง ให้น้ำวันเว้นวัน

ในระยะปล่อยติดผลที่ประมาณ 3-4 ปี หลังปลูก ให้น้ำ 2-3 วัน/ครั้ง ในระยะออกด อ ก และติดผล

การใส่ ปุ๋ ย
ในระยะ 1-3 ปีแรก ที่ยังไม่ต้องการให้ติดผล ให้ใส่ปุ๋ ย ค อ ก และปุ๋ ย สูตร 15-15-15 อัตราปุ๋ ย ค อ ก 1 ถัง/ต้น สูตร 15-15-15 1 กำมือ/ต้น

ช่วงปล่อยติดผล ในระยะออก ด อ กให้เปลี่ยนปุ๋ ย เป็นสูตร 10-10-20 และปุ๋ ย ค อ กในอัตราเดียวกับในระยะก่อนปล่อยติดผล

ช่วงที่มะม่วงเริ่มเป็น ด อ ก
ฉีดน้ำให้เป็นฝอยล้างช่อด อ ก ช่วงเช้ามืดก่อนแดดออก ให้ทำก่อนด อ กบานและหลังจากด อ กโรยแล้ว

พ่น ย า กัน เ ชื้ อ รา กับย า กันแ ม ล งโดยเฉพาะแ ม ล งวัน ท อ ง หลังจากฉีดน้ำล้างช่อด อ กแล้ว

หลังจากติดผลแล้วก็ให้ปุ๋ ย ค อ ก ตามความเหมาะสมของขนาดต้นรดน้ำตามปกติ

สูตรน้ำหมักปลีกล้วยน้ำว้าบำรุงขั้วด อ กสำหรับไม้ผล
ปลีกล้วยน้ำว้า 3 กิโลกรัม

น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

น้ำ 3 ลิตร

ถัง 20 ลิตร 1 ถัง

วิธีการทำ
นำปลีกล้วยน้ำว้าที่เตรียมไว้มาหั่นหรือสับให้ละเอียด

นำน้ำตาลทรายแดงมาละลายกับน้ำในถังที่เตรียมไว้

จากนั้นนำปลีกล้วยที่สับละเอียดแล้วลงไปผสมกับน้ำตาลทรายแดงที่เตรียมไว้

ปิดฝาหมักไว้ประมาณ 7 วัน จากนั้นก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

วิธีการนำไปใช้ประโยชน์
นำน้ำหมัก ปลีกล้วยน้ำว้าที่ได้ในอัตรา 1 ลิตรผสมน้ำสะอาด 100 ลิตร ผสมให้เข้ากัน

นำไปใช้ฉีดพ่นไม้ผลได้ทุกชนิดในช่วงที่ไม้ผลกำลังออก ด อ ก ทุก ๆ 7 วัน โดยให้ฉีดในตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำหมักให้ดียิ่งขึ้น

การเก็บผลผลิต
การปลูกมะม่วงเขียวเสวยเกษตรกรจะปล่อยให้ลำต้นเติบโตอย่างเต็มที่ก่อนใน 1-3 ปีแรก หลังจากนั้น จึงปล่อยให้ต้นติดผลได้ ซึ่งอาจอยู่ในปีที่ 3-4 หรือ ตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป โดยแบ่งระยะการให้ผลออกเป็น 3 ช่วง คือ
ระยะตั้งแต่ 3-6 ปี เริ่มให้ผลน้อยถึงปานกลาง

ระยะ 7-15 ปี ให้ผลผลิตมาก โดยมักให้ผลผลิตสูงสุดในปีที่ 13

ระยะ 16 ปี ขึ้นไป ให้ผลผลิตน้อย และน้อยลงเรื่อยๆ (7)

ปลูกมะนาวในกระถางอย่างไรให้ลูกดก

ปลูกมะนาวในกระถางอย่างไรให้ลูกดก

ในยุคที่ราคามะนาวแพงกว่าไข่ และผู้คนมีความต้องการใช้มะนาวในการประกอบอาหารแทบทุกมื้อ หลายท่านเลยหันมาให้ความสนใจกับการปลูกมะนาว แต่ส่วนใหญ่ก็อาจไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แถมบ้านก็ค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด วันนี้ จึงขอนำทุกท่านมาไขข้อสงสัยกับวิธีการปลูกมะนาวในกระถาง รับรองได้เลยว่า ถึงบ้านมีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกมะนาวให้ลูกดกได้อย่างแน่นอน

วิธีการดูแลการปลูกมะนาวในกระถางให้ลูกดก

ขนาดของกระถาง เป็นสิ่งแรกที่ต้องพิจารณา เพราะจะส่งผลต่อการดูแลรักษาและการเจริญเติบโตของพืช จึงควรเผื่อขนาดเพื่อรับการขยายของลำต้น เพราะถ้ามาทำทีหลัง หลังจากต้นโตจะค่อนข้างลำบากมาก

การให้น้ำ ด้วยการรดด้วยบัวรดน้ำ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพียงวันละครั้งในช่วงระยะแรก ช่วงต่อมาก็รดเพียงวันเว้นวัน

การเปลี่ยนดิน เพราะดินที่นำมาปลูกไม่ใช่ดินที่มีคุณภาพและมีแหล่งอาหารให้ต้นมะนาวเทียบเท่ากับการปลูกลงบนพื้นดินตามธรรมชาติ จึงควรเปลี่ยนดินตามคำแนะนำ เพื่อให้ต้นมะนาวได้มีธาตุอาหารลำเลียงลำต้นอย่างเพียงพอ

การใส่ปุ๋ย ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งกำมือ โดยใส่ประมาณเดือนละ 2-3 ครั้งเพื่อช่วยเพิ่มธาตุอาหาร

การตัดแต่งกิ่ง เมื่อสังเกตว่ามีกิ่งยาว หรือสูงจนเกินไป ให้ทำการตัดแต่ง ซึ่งควรตัดทั้ง 4 มุม หรือตีกรอบต้นด้วยไม้ไผ่ เพื่อช่วยให้พุ่มไม่แผ่กว้าง